2005/Oct/14

ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นด้วยอารมณ์สิ้นคิด 5555555+ เอาเพลงไม่มีสิ่งไหนมาเอี่ยวด้วยนิดๆ อย่าถามว่าเนื้อเพลงอยู่ไหนเพราะเอาใส่ลงไปแล้วมันไม่เข้ากันเลยอ่ะค่ะ T^T เลยเอามาเป็นธีมพอให้รู้ว่า ไม่มีสิ่งไหนต้านอยู่หรอกความรัก (ความรู้สึกของพระเอกค่ะ)

แต่งฟิคสั้นครั้งแรก ต้อนรับวาเลนไทน์ คิดว่าจะจบไม่ลงแล้ว ใจหายหมด T________T เอลอยากให้มันเป็นฟิคที่ให้อารมณ์โรแมนติกนิดๆ แต่อ่านแล้วต้องถาม มันโรแมนติกตรงไหน? ใครหาเจอก็บอกด้วยนะคะ เหอๆ

เครดิต : ฟิคเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากฟิคเรื่อง 100 Days ของนักแต่งฟิคคนหนึ่งใน HB คู่โปรดของเอลเองค่ะ Pierre x David ใครอยากอ่านเวอร์ชั่นต้นฉบับ บอกได้ฮับจะส่งให้ เรื่องนี้ทำเอลเสียน้ำตาไปหลายถังเลยทีเดียว (ภาษาปะกิตอย่างเดียวนะครับ)

Title: Enough
By: Madden

Yamas POV

เฮ้อ...อีกเดือนเดียวฉันก็ต้องไปเรียนต่อแล้ว เสียดายจังนะ ผมหันไปมองเพื่อนสนิทซึ่งนั่งอยู่ข้างๆก่อนจะยิ้มจางๆแทนคำขานรับ ใช่ว่าผมไม่รู้สึกเหมือนกับเขา ตรงกันข้ามผมกลับรู้สึกเหงา เสียใจและอดเป็นกังวลลึกๆไม่ได้ เมื่อคิดว่าที่ตรงนี้จะว่างเปล่า ไม่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายอีก

ตั้งแต่ที่ผมรู้ว่า จินจะไปเรียนต่ออเมริกา ผมนั้นทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว หลายครั้งที่ผมเกือบจะร้องไห้ต่อหน้าเขา แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไงนะ จะรังเกียจไหมที่มีผู้ชายมาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงหน้า น้ำตาที่พยายามกลั้นก็แห้งเหือดไปเอง

จินไม่รู้หรอกว่าเวลาหนึ่งเดือนก่อนที่เค้าจะไป มันทำร้ายผมขนาดไหน ผมไม่นั่งนับวัน นับคืนเพราะรู้ว่ามันน้อยเกินไปสำหรับความต้องการของผมซึ่งอยากให้เค้ายังคงอยู่ตรงนี้ สมุดโน้ตเล็กๆที่ผมถือในมือเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยค้ำจุนผมไว้ จินมักจะถามผมเสมอว่า นายเขียนอะไร? หรือ มันสำคัญตรงไหนเหรอ ทำไมนายถึงหมกมุ่นจัง และคำตอบที่เขาได้กลับไปทุกครั้งก็มีเพียงรอยยิ้มฝืนๆจากผมกับคำพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า ฉันเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย อย่าใส่ใจเลยนะ

ผมบอกไม่ได้หรอกว่าตัวเองเขียนอะไร ผมกลัวการถูกหัวเราะเยาะ ผมกลัวแววตา สีหน้าและท่าทางรับไม่ได้จากอีกฝ่าย ที่สำคัญ ผมยังไม่พร้อมให้เค้ารับรู้ความจริงบางอย่างที่ผมพยายามซ่อนไว้ตลอดเวลา 17 ปี
ในสมุดโน้ตเล่มนี้ ไม่มีตัวอักษรใดนอกจากตัวเลขจำนวนมาก ตัวเลขที่ผมเขียนลงไปบนหน้ากระดาษว่า มันผ่านไปกี่นาทีแล้ว และผมยังเหลืออีกกี่นาทีเพื่อที่จะได้ยืนอยู่เคียงข้างเค้า...

ในสายตาของเค้า ผมเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งที่คอยรับฟังปัญหาของเค้าเงียบๆ ให้คำปรึกษาที่ดีบ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง หรือแม้กระทั่งไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆได้นอกเสียจากคอยเป็นกำลังใจ ผมไม่ใช่คนแรกที่เค้าเดินเข้ามาหาเมื่อมีเรื่องกังวลใจ แต่ผมมีความสุขที่ได้เป็นคนสุดท้ายที่ได้รับฟังในทุกๆเรื่องราว...

ขณะที่ในสายตาของผม จินเป็นมากกว่าเพื่อน เป็นคนเพียงคนเดียวที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกต่างๆ ทั้งรัก ทั้งห่วงหา ทั้งปรารถนาจะให้เค้ามีความสุข ผมเข้าใจดีว่าความรู้สึกนี้เค้าไม่ต้องการจะรับรู้ ต่อให้ผมจะเผลอหลุดปากหรือแสดงท่าทีแปลกๆออกไป สุดท้ายเค้าก็จะผลักไสความรู้สึกนี้และวิ่งหนีผมไปในที่สุด ผมเพียงต้องการได้อยู่ข้างๆเค้า จะเป็นเงา จะเป็นอากาศหรือจะเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ ในชีวิตเค้า ผมยอมได้ทั้งนั้น

ทำไมฉันไม่มีคนรักสักคนนะ อยากรู้ชะมัดว่าวันที่ต้องจากกันฉันจะทนได้มั้ย

ผมรีบก้มหน้าซ่อนแววตาที่ปวดร้าว ผมไม่รู้หรอกว่าถ้ามันเป็นอย่างที่เค้าหวังไว้จริงๆ เค้าจะรู้สึกอย่างไร แต่ตอนนี้ผมนี่แหละที่เจ็บปวดจนแทบทนไม่ได้ ทำไมนะ...ทำไมผมถึงกลัวที่จะบอกความรู้สึกนี้ให้เค้าได้รู้ ถึงแม้มันจะทำให้ความสัมพันธ์แบบเพื่อนของเราจบลง มันก็คงไม่ต่างจากระยะห่างของเราในอนาคตอยู่แล้ว แต่ผมยังแอบหวังในใจลึกๆว่า หากผมเก็บมันไว้เงียบๆ แล้วสักวันเค้ากลับมาอยู่ตรงหน้าผมอีกครั้ง เรายังสามารถเป็นเพื่อน พูดคุย ยิ้ม หัวเราะได้เหมือนเก่าอีกครั้ง แล้วมันจะมีค่าอะไรที่ผมจะทำลายความหวังด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของตัวเอง...

โทโมะยังไม่มีแฟนใช่มั้ย? ผมสะดุ้งเฮือกกับคำถามนั้นของเขา

เอ๊ะ? ทำได้เพียงอุทานเล็กๆด้วยความตกใจ

งั้นเรามาเป็นแฟนกันดีมั้ย? ผมตาเบิกกว้างกับประโยคที่ได้ยิน แค่หนึ่งเดือนเอง ฉันจะได้รู้ไงว่าตอนจากกัน ฉันจะทนได้มั้ย แล้วนายเองจะได้ไม่เบื่อด้วย อย่างน้อยฉันก็พานายไปเที่ยวที่โน่นที่นี่เหมือนที่คู่รักเค้าทำกัน ฟังดูน่าสนุกออกจริงมั้ย? ผมยืนนิ่ง ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าผมอยู่ในความฝันหรือในโลกแห่งความเป็นจริง

จินเอื้อมมือมากุมมือผมไว้หลวมๆก่อนจะตื้อเอาคำตอบ ผมเหลือบขึ้นมองเขาสักพักแล้วก้มหน้าลงตามเดิม ปฏิเสธไม่ได้ว่าความจริงแล้วตนดีใจแค่ไหนกับคำขอร้องของอีกฝ่าย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า สิ่งที่จินขอมันไม่ได้ต่างไปจากการทดลอง หรือเกมส์สนุกๆเกมส์หนึ่งเท่านั้น

เอาสิ...ฉันก็ไม่มีอะไรทำด้วย ผมอ้างทั้งที่หัวใจมันพองโตขึ้นเรื่อยๆ

เวลาหนึ่งเดือนกับความรักปลอมๆ ได้แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว...

Day 2:

จินมารับผมที่บ้านแต่เช้าเพื่อเดินไปโรงเรียนด้วยกัน ผมดีใจมากจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ไม่ก้มหน้าก็เอาแต่ยิ้มให้คนโน้นคนนี้และทุกสิ่งรอบตัวจนอีกฝ่ายอดแซวไม่ได้ว่า

ดีใจขนาดนั้นเชียว? รู้อย่างนี้ฉันมารับนายทุกวันแต่แรกก็ดี

นั่นยิ่งทำให้ผมยิ้มมากขึ้นอย่างกับคนบ้า แต่จินเองก็ไม่พูดอะไรมาก เขากลับแย่งเอากระเป๋าในมือผมไปถือ อีกมือก็จูงมือผมออกเดินช้าๆ เขาให้ผมเดินชิดด้านใน ส่วนเขาเดินติดขอบถนนโดยอ้างว่า ไม่อยากให้ผมเดินสะดุดหินหรืออะไรสักอย่างแล้วล้ม ไม่ก็กลัวว่าผมจะถูกรถที่แล่นผ่านไปมาเฉี่ยวเข้าที่ไหนสักที่ แม้น้ำเสียงที่พูดเหมือนจะแหย่เล่น แต่ผมรู้ดีว่าความจริงแล้วเค้าเป็นคนอ่อนโยน แม้ผมจะเป็นเพียงคนรักหลอกๆ ภายในระยะเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เค้าก็ยังให้ความสำคัญ

Day 7:

หลังเลิกเรียน จินชวนผมไปซื้อของเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมา ทุกครั้งเขาจะไปกับเพื่อนอีกกลุ่ม แม้เขาจะเอ่ยปากชวนผมบ้างแต่ผมก็ไม่เคยตกปากรับคำของเขาสักที เพราะผมวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนของเขา ผมไม่คุ้นเคยกับใครเป็นพิเศษ ไม่มีเรื่องชวนคุย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหัวข้อสนทนาที่พวกเค้าให้ความสนใจอยู่ แต่วันนี้ จะมีเพียงผมและจินสองคนเท่านั้น

จ้องตาเขม็งเชียว อยากได้เหรอ? จินกระซิบถามข้างหูผม ให้ผมตกใจเล่นและมันก็ได้ผล ผมเบี่ยงตัวหนีลมหายใจอุ่นๆของเขา ทั้งที่ในใจอยากจะขยับเข้าไปใกล้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ โทโมะชอบของแบบนี้เองเหรอเนี่ย ที่ผ่านมาไม่เคยรู้เลยนะ

ผมก้มลงมองตุ๊กตาหมีสีชมพูในมือแล้วยิ้ม...แต่ฉันรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับนายเลยนะ...รู้ว่านายชอบอะไร...รู้ว่านายต้องการอะไร...

นายจะโกรธมั้ยถ้ารู้ว่าฉันให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง หากมันเป็นเรื่องของนาย...จิน...

สวัสดี... ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม แขนสั้นๆถูกบังคับให้ขยับเล็กน้อย เราชื่อจิน เป็นเจ้าของโลกจินล่ะ บอกเราหน่อยสิว่านายชื่ออะไร? ผมอมยิ้มกับน้ำเสียงที่ดัดให้เล็กลงของเขา อ๊ะ ยิ้มแล้ว...น่ารักจังเลย เราตัดสินใจแล้วล่ะว่าจะให้นายเป็นเจ้าหญิงของโลกเรา

เอ๊ะ? ผมหันมามองเขาให้เต็มตาแล้วพบว่าร่างสูงข้างตัวกำลังยิ้มกว้าง ทำไมชอบแหย่ฉันเล่นนักนะ? ผมวางตุ๊กตาหมีในมือลงบนชั้นตามเดิม

ก็ฉันชอบรอยยิ้มของโทโมะนี่ จินวางตุ๊กตาของตัวเองลงบ้างก่อนจะเดินมาดักหน้าผมซึ่งทำท่าจะเดินหนี ฉันอยากให้นายยิ้มบ่อยๆ ยิ้มเยอะๆ เขาพูดแล้วเอามือมาดึงแก้มทั้งสองข้างของผมเบาๆ

ปล่อยนะจิน ฉันเจ็บ... ผมแกล้งโวยวายไปอย่างนั้น แต่เขากลับตกใจ รีบปล่อยมือแล้วก้มลงสำรวจรอยช้ำบนหน้าผมอย่างละเอียด ผมมองสีหน้าเป็นกังวลของเขาแล้วก้มหน้าลง เริ่มรู้สึกผิดที่โกหก

ดีจังเลย ไม่เป็นรอยที่ไหน... จินถอนหายใจอย่างโล่งอก ขอโทษนะโทโมะ...ฉันแค่อยากให้นายยิ้มเท่านั้นเอง ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

เข้าใจแล้ว จากนี้ฉันจะยิ้มเยอะๆนะ ยิ้มให้นายคนเดียวเลย...

ยิ้มให้ฉันคนเดียวได้มั้ย? เขาถามพร้อมกับใช้มือประคองใบหน้าผม ขณะที่ผมใจหายเพราะไม่นึกว่าเขาจะถามในสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ ฉันขออะไรเห็นแก่ตัวไปมั้ย? ผมยิ้มเล็กน้อยพลางส่ายหน้าปฏิเสธ นายขอในสิ่งที่ฉันเต็มใจให้ต่างหาก...

พี่ชายทำอะไรกันคะ? เสียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆดังขึ้นทำลายบรรยากาศแปลกๆระหว่างเราสองคน ผมรีบผละออกห่างจากจินแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย จินได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะจูงมือผมออกจากร้านนั้นไป


Day 10:

จินพาผมไปไหว้พระที่ศาลเจ้า เขาเลือกไปศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงด้านความรักและยังคะยั้นคะยอให้ผมไปดื่มน้ำอธิษฐานแก้วเดียวกับเขา ผมมองดูจินยกแก้วกระเบื้องใบเล็กขึ้นแล้วหลับตาอธิษฐานด้วยใจที่เต้นรัว อยากรู้ว่าเขาจะขออะไร จะมีเรื่องของผมอยู่ในนั้นบ้างมั้ย

โทโมะ...ถึงทีนายบ้างแล้ว เขาส่งแก้วให้ผมหลังจากจิบน้ำบางส่วนไปแล้ว
หันไปทางโน้นก่อนสิ ผมบอกเขา พยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉย

ทำไมล่ะ ฉันอยากเห็นนี่ว่านายจะทำหน้าแบบไหนตอนอธิษฐาน

มันเป็นความลับนะจิน แอบดูน่ะเสียมารยาท พูดไปก็เหมือนตำหนิตัวเอง แต่สุดท้ายเขาก็ยอมหันไปสนใจสิ่งอื่น จากนั้นผมจึงยกแก้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหลับตาอธิษฐานด้วยความตั้งใจ

พระผู้เป็นเจ้าครับ...ผมอยากให้คนที่ยืนอยู่ข้างผมมีความสุข ได้ทำในสิ่งที่เค้าอยากทำและขอให้ผมได้เป็นกำลังใจให้เขาตลอดไป...

ผมจิบน้ำแล้ววางแก้วไว้ในกล่องไม้ใกล้ๆ ครั้นเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงก็พบว่าอีกฝ่ายยืนจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว ขอพรแล้วก็กลับใช่มั้ย? ผมถามทันที ไม่อยากให้เขาสังเกตท่าทีที่เปลี่ยนไปของผม

นายขอพรว่าอะไร? เขาย้อนถาม

ไม่บอก

บอกหน่อยสิ ฉันอยากรู้ จินยังคาดคั้น

ไม่

งั้นฉันบอกของฉันก่อนก็ได้ว่าฉันขอให้... ผมรีบเอามือปิดปากจิน

อธิษฐานแล้ว เค้าไม่ให้บอกคนอื่น เดี๋ยวมันจะไม่เป็นจริงรู้มั้ย? ผมติงก่อนจึงมือกลับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองไม่อยากรู้ แต่ผมไม่ต้องการให้คำอธิษฐานของเขานั้นไม่เป็นผล ไม่ว่าเขาจะขอเรื่องอะไรก็ตาม...

Day 12:

โทโมะ... ผมมองไปยังต้นเสียง เห็นจินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ฉันได้ยินว่านายหกล้มตอนสอบวิ่ง ไม่เป็นไรใช่มั้ย? เขาถามขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง

อืม...มีแผลถลอกนิดหน่อย ผมชี้ไปที่หัวเข่าซึ่งอาจารย์ห้องพยาบาลทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่จินเถอะ วิ่งมาเหงื่อแตกพลั่กเชียว ผมควานหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกง

ฉันเป็นห่วงนายนี่ ตอนที่รู้เรื่องก็วิ่งออกมาจากห้องเลย ไม่รู้ว่ากลับไปจะโดนอาจารย์ดุรึเปล่า ผมชะงักมือที่กำลังจะซับเหงื่อให้เขา

ห่วงฉันเหรอ...วิ่งออกมาตอนที่อาจารย์กำลังสอน...อย่าพูดในสิ่งที่ทำให้ฉันดีใจ ทำให้ฉันมีความหวังได้มั้ยจิน...

โทโมะ? เขาเรียกชื่อผม

คราวหลังไม่ต้องวิ่งมาก็ได้นะจิน เรื่องเรียนสำคัญกว่าฉันนะ ผมยัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือเขา

ฉันไม่สบายใจนี่ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาว่านายไม่เป็นอะไร เขากุมมือผมไว้ นายรู้มั้ยว่าฉันคิดมากแค่ไหน ฉันนึกโกรธอาจารย์ที่ให้นายสอบ ฉันโมโหลู่วิ่งที่ทำให้นายหกล้ม ฉันเคืองเพื่อนร่วมห้องนายหลังจากที่รู้ว่าไม่มีใครพานายมาห้องพยาบาลจนหมดคาบ แล้วที่สำคัญ ฉันโกรธตัวเองที่ไม่ได้อยู่ข้างนายตอนเกิดเรื่อง... มือของเราสองคนสอดประสานกันอย่างเผลอตัว ผมมองหน้าจินแล้วยิ้มบางๆ ขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่เขามีให้

ตอนนี้นายก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร เพราะฉะนั้นอย่าคิดมากเลยนะ

คำตอบที่เขามีให้คืออ้อมแขนแข็งแรง ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน แต่ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นภายใต้อ้อมกอดนั้น นาทีนี้ผมไม่เบี่ยงตัวหนีลมหายใจร้อนผ่าวหลังใบหูอีกแล้ว ผมกอดแผ่นหลังนั้นกลับและแนบหน้าลงบนอกกว้าง นิ่งฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวไม่ต่างจากของผมด้วยรอยยิ้ม

มันมีอะไรเปลี่ยนไป...นายรู้สึกมั้ยโทโมะ? เขาถามผมเสียงแผ่วเบา คล้ายกับว่าเขาลังเลใจ ผมไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ ได้แต่นิ่งเงียบรอฟังคำพูดต่อไปของเขาอย่างตั้งใจ ทำไมฉันถึงตื่นเต้น ประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้านายด้วยก็ไม่รู้ นายได้ยินเสียงเต้นของหัวใจฉันแล้วใช่มั้ย? ผมพยักหน้า งั้นช่วยบอกฉันทีสิว่าเพราะอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน นายเป็นคนเปลี่ยนมันใช่มั้ย? เขาถามพลางก้มลงมองผมเพื่อรอคำตอบ

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนอะไรนายรึเปล่า...แต่ฉันหวังเสมอว่าจะเป็นคนๆนั้น จิน...

Day 15:

เดทครั้งแรกของเราเป็นสวนสนุก จินพาผมไปต่อแถวขึ้นเครื่องเล่นหวาดเสียวต่างๆทั้งที่รู้ว่าผมไม่ชอบเครื่องเล่นพวกนั้น แต่หลังจากเล่นเสร็จ เขาก็จะหันมาเอาใจผม ซื้อขนม ซื้อน้ำให้ หนำซ้ำยังหยิบพัดลายการ์ตูนน่ารักซึ่งซื้อตรงประตูทางเข้าออกมาพัดให้ด้วย

เอาใจจังนะ แสดงว่าเดี๋ยวต้องพาฉันไปเล่นอะไรแปลกๆอีกรอบใช่มั้ย? ผมแสร้งประชด

ใครบอก ฉันจะเอาใจแฟนตัวเอง ผิดเหรอ? จินพูดคำว่าแฟนเต็มปากเต็มคำจนผมอึ้ง ไม่รู้ว่าเขาจริงจังแค่ไหน แต่สำหรับผมแล้ว มันทำให้ผมดีใจมาก อากาศเริ่มร้อนแล้ว ไปนั่งกินไอติมตรงโน้นดีมั้ย?

ตามใจสิ ฉันยังไงก็ได้ ผมพูดพร้อมกับเปิดกระเป๋าสะพายเพื่อหาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อ อ๊ะ... ผมตกใจนิดๆเมื่อเขาเป็นฝ่ายเช็ดเหงื่อให้ผมโดยใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวกับที่ผมเคยให้เขาในห้องพยาบาล

นายเก็บมันไว้ด้วยเหรอจิน...

ผมมองผ้าเช็ดหน้าที จินทีด้วยความแปลกใจ คล้ายกับเขาอ่านใจผมออกจึงยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า ของที่นายให้ มันเป็นของสำคัญสำหรับฉันนะ ผมยิ้มให้คำพูดนั้นของเขาก่อนจะเบือนหน้าหนี ความอ่อนโยนของผู้ชายคนนี้ทำผมหวั่นไหวได้ตลอดเวลา นานวันเข้ามันยิ่งทำให้ผมวางตัวไม่ถูกและไม่สามารถห้ามใจไม่ให้คิดเข้าข้างตัวเองได้

หรือเขาจะรู้ว่าผมรู้สึกกับเขายังไง...หรือเขาจะเริ่มเห็นค่าของผมบ้างแล้ว...หรือแม้กระทั่ง เขาจะรู้สึกเช่นเดียวกันกับผม...

โทโมะ...ฉันขออะไรอย่างนึงได้มั้ย? เขาเอ่ยขึ้น

อะไร? ผมถามกลับเสียงสั่น กลัวว่าเขาจะขอให้ข้อตกลงทั้งหมดระหว่างเรายกเลิก

ฉันอยากเป็นที่ปรึกษาให้นายบ้าง... เขาพูดแล้วยิ้ม ตอนที่ฉันมีปัญหา ฉันวิ่งไปหานายทุกครั้งเลยใช่มั้ย แต่ตรงกันข้าม ตอนที่นายมีปัญหา ฉันกลับไม่เคยอยู่เคียงข้างนายเลย ฉันไม่รู้ว่านายมีใครคอยให้คำปรึกษาอยู่รึเปล่า แต่จะรังเกียจมั้ยถ้าจะรวมฉันเข้าไปเป็นหนึ่งในนั้นด้วย?

ผมได้แต่ส่ายหน้าทั้งที่ในใจอยากบอกเขาเหลือเกินว่า ผมเต็มใจแค่ไหนกับคำขอนั้นของเขาและผมอยากให้เขารู้ว่า เขาไม่ใช่หนึ่งในนั้น แต่เขาเป็นหนึ่งเดียว...

แต่ผมจะบอกเขายังไงได้ ในเมื่อความกล้าของผม มีเพียงศูนย์เท่านั้น...

End Yamas POV

Jins POV

Day 18:

ผมคิดว่าผมคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ทันทีที่รู้ว่ามีรุ่นน้องมาสารภาพรักกับโทโมะ ผมแทบจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ พาลใส่คนโน้นคนนี้ไปทั่วจนกระทั่งได้เจอโทโมะหลังเลิกเรียน เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนผมนึกเคือง ไหนว่าจะให้ผมเป็นที่ปรึกษาไง แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ยอมบอกอะไรผมเลย หรือเห็นว่าผมไม่น่าไว้ใจ เชื่อถือไม่ได้ หรือเห็นคนอื่นที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้เขา ดีกว่าผม...

จินเป็นอะไรน่ะ? เขาถามขณะที่ผมเดินไปส่งเขาที่บ้าน

ไม่มีอะไร วันนี้มันร้อนเลยเครียดไปหน่อยเท่านั้น ผมโกหกเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ เขาเดินไปดักหน้าผม มองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ผมจ้องลงไปในดวงตาคู่สวยสักพักแล้วเบือนหน้าหนี ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร

จินโกรธอะไรฉันรึเปล่า? เขาถามต่อ ผมส่ายหน้า นายเป็นอย่างนี้แล้วฉันไม่สบายใจเลยนะ... น้ำเสียงตัดพ้อทำให้ผมต้องหันมามองเขาอีกครั้งอย่างรู้สึกผิด นั่นสิ...ผมมีสิทธิอะไรไปโกรธเขานะ คนรักจริงๆของเขาก็ไม่ใช่ เพื่อนคนสำคัญของเขารึเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ...

เวลาครึ่งเดือนมานี้ทำให้ผมรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นของที่ชอบ เกลียด สถานที่ที่เขาอยากไป เรื่องที่เขาให้ความสนใจ ผมยังนึกตำหนิตัวเองเลยว่า หากเราไม่ได้แกล้งเป็นคนรักกันแบบนี้ จะมีวันนึงไหมที่ผมจะตระหนักว่า ผมไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย

นายเข้าบ้านเถอะ แล้วเดี๋ยวคืนนี้ฉันจะโทรมาหา ผมบอกร่างเล็กตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มฝืนๆ โทโมะพยักหน้ารับช้าๆแล้วรับกระเป๋าที่ผมยื่นให้กลับไป

กลับบ้านดีๆนะจิน เขาบอกทิ้งท้ายก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ผมมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับตา จากนั้นจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เข้าใจความรู้สึกที่อยากย้อนเวลากลับจริงๆก็คราวนี้

ใกล้กันแค่เอื้อม แต่ตลอดมา ทำไมผมถึงมองข้ามคนๆนี้ไปนะ

Day 21:

ผมฉลองวันเกิดกับโทโมะแค่สองคน...

ผมอดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่รู้สึกเหงา ในเมื่อทุกปีผมจะจัดงานฉลองกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ มีคนมากมายเข้าร่วมงานและมอบของขวัญให้ แต่ปีนี้ ผมเลือกที่จะฉลองกับโทโมะที่บ้านตามลำพัง อีกฝ่ายลงมือทำเค้กมาให้ผมด้วยตัวเอง ผมมองหน้าเค้กแล้วยิ้มกว้าง

ตุ๊กตาหมีสีชมพูกับตุ๊กตาหมีสีน้ำตาล เหมือนตัวที่เราเล่นกันในร้านขายของ มีหัวใจดวงโตคั่นกลาง...

มาเป่าเทียนกันดีกว่า... เขาบรรจงปักเทียนไปรอบๆ ผมอยากจะถามเขาว่าหมีสองตัวนั้นแทนตัวใครเป็นพิเศษรึเปล่าแต่ก็ไม่กล้า เกิดเค้าตอบว่าเป็นแค่ของตกแต่ง หรือไม่รู้ว่าบีบครีมให้เป็นตัวอักษรสวยๆทำยังไงเลยเอาหมีใส่แทน ผมคงเสียใจมาก เพราะฉะนั้นขอแค่ผมได้หวังอะไรเข้าข้างตัวเองแบบนี้บ้างคงจะดีกว่า

อธิษฐานสิจิน เขาบอกผมพร้อมกับยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่ทำให้ผมหลงใหลจนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว อยากเป็นคนเพียงคนเดียวที่เขายิ้มให้ ผมเคยเอ่ยปากขอเขาแล้ว แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา ผมรู้ว่าโทโมะปฏิเสธใครไม่เป็นแม้ว่าบางเรื่องจะฝืนใจเขาก็ตาม ดังนั้น ผมจึงไม่แน่ใจว่า การเงียบแทนคำตอบของเขา หมายความว่าเขาเต็มใจทำในสิ่งที่ผมขอหรือแค่ไม่สามารถปฏิเสธผมได้...

ผมอยากให้คนที่ยืนอยู่ข้างผมมีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะและขอให้ผมได้เป็นคนที่เขาเลือก...เลือกที่จะอยู่เคียงข้างตลอดไป...

ผมเป่าเทียนให้ดับจนหมดแล้วดึงมันออกอย่างระวัง ครั้นหันไปมองโทโมะก็เห็นอีกฝ่ายยืนยิ้มรออยู่แล้ว เขาเดินเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับยื่นของขวัญกล่องเล็กๆให้

รับไว้สิจิน... เขาพูดเมื่อเห็นผมเงียบไป ผมแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนท่าทีแปลกๆของตัวเองก่อนจะรับของขวัญนั้นมา เอาไว้เปิดบนเครื่องนะ น้ำเสียงกึ่งล้อเล่นแต่แววตานั้นเศร้าลงอย่างชัดเจนทำให้ผมอดใจหายไม่ได้ นั่นสินะ...ผมมีเวลาเหลืออีกไม่มาก พอครบหนึ่งเดือนผมกับเขาก็ต้องแยกจากกัน เพราะฉะนั้นคำอธิษฐานจากเค้กเมื่อครู่ก็คงไม่มีวันเป็นจริง ผมลอบถอนใจเบาๆไม่ให้คนตรงหน้าจับได้ก่อนจะปั้นสีหน้าให้เป็นดังเดิม

ทำไมเปิดตอนนี้ไม่ได้ล่ะโทโมะ? ผมย้อนถาม

ก็... เขาก้มหน้าลงหลบสายตาผม ฉันใช้เวลาเลือกตั้งนานเลยอยากให้นายรอไปก่อน จะได้ไม่เสียเปรียบกันไง คำตอบที่แสดงให้เห็นว่าเขาใส่ใจกับของขวัญชิ้นนี้มากแค่ไหน ทำให้ผมยิ้มกว้างด้วยความดีใจ สัญญานะจินว่าจะไม่แอบเปิดก่อน? เขาเงยหน้าขึ้นถามผม สีหน้าจริงจัง

ครับ...สัญญา ผมรับปาก

Day 25:

วันนี้เราไปดูหนังด้วยกัน หนังที่ผมเลือกดูคือเรื่อง The Notebook ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมเลือกดูหนังรัก ที่ผ่านมา แม้ผมจะไปเดทกับคนอื่นบ่อยครั้ง แต่ไม่มีวันที่ผมจะยอมดูหนังแนวนี้เลยสักครั้ง มาตอนนี้ผมจึงเข้าใจว่าทำไม เพราะหากคนข้างตัวไม่ใช่คนสำคัญ หนังรักก็คลายความน่าสนใจลงไปด้วย...

เมื่อถึงฉากสำคัญของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากกอดจูบของตัวละคร ฉากล่ำลา ผมมักจะหันไปมองโทโมะเสมอ ไม่ใช่ว่าผมเบื่อหน่ายกับภาพบนจอผ้าใบ แต่ผมอยากรู้ว่าโทโมะจะทำสีหน้าแบบไหน จะเข้าใจอารมณ์ของตัวละครจนเอากลับมาคิดถึงคนข้างๆบ้างรึเปล่า จนในที่สุดเขาก็หันมามองผม ดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างเต็มไปด้วยน้ำตา เขารีบเช็ดมันออกด้วยหลังมือพร้อมกับยิ้มอย่างเขินอาย ผมรั้งมือเขาไว้แล้วเป็นฝ่ายเกลี่ยหยดน้ำใสออกจากแก้มเนียนด้วยตัวเอง

เช็ดแรงเดี๋ยวตาก็ช้ำกันพอดี ผมว่าขณะที่มองใบหน้าอีกฝ่ายภายใต้แสงสว่างที่มีเพียงน้อยนิด นิ้วผมไล้ไปตามขอบตาโทโมะอย่างแผ่วเบา ทุกการสัมผัส ผมอยากให้เขารับรู้ถึงความห่วงใย หวงแหนที่ผมส่งต่อไปให้

ขอบใจนะจิน... เขาเอามือมาประคองมือผมไว้หลวมๆก่อนจะเอนตัวลงพิงไหล่ผมช้าๆ ผมทำอะไรไม่ถูกในตอนแรก แต่ท้ายที่สุดก็โอบไหล่เล็กไว้จนกระทั่งหนังจบ เราสองคนมองคู่รักคู่อื่นทยอยออกจากโรงหนังเงียบๆ ไม่มีใครชวนให้อีกฝ่ายลุกก่อน ราวกับว่า นี่เป็นเวลาที่เราสองคนรอมานานและอยากให้มันคงอยู่ตลอดไป...

Day 28:


ผมนั่งมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอยู่บนหาดทรายสีขาวกับโทโมะ มือของเราข้างหนึ่งกุมกันไว้แน่น ถ่ายทอดความรู้สึกลึกๆในใจให้กันและกันโดยไม่ต้องอาศัยคำพูดอื่นใด ผมยิ้มให้แผ่นฟ้าสีแดงเข้มตรงหน้าก่อนจะหันไปมองร่างเล็กข้างตัว นิ้วเรียวของอีกฝ่ายยกขึ้นมาปัดผมที่ปกหน้าออกแล้วยิ้มให้ท้องฟ้าเหมือนที่ผมทำเมื่อครู่

ผมกระชับมือให้แน่นขึ้นอีกแล้วหันกลับไปมองทางเดิม ขณะที่ในใจเริ่มถามคำถามมากมาย...

โทโมะ...นายจะรู้บ้างมั้ยว่าแต่ละการกระทำของนาย ทำให้คนๆนี้หวั่นไหวได้ นายจะรู้บ้างมั้ยว่าแค่นายยิ้มเพียงเล็กน้อย หัวใจคนๆนี้ก็พองโต และนายจะรู้บ้างมั้ยว่า นายกำลังก้าวเข้ามาในใจฉัน...เงียบๆแต่มั่นคง...

Day 30:

16.55


ผมพาเขาไปที่สวนสาธารณะนอกเมือง แม้ผมจะมีความสุขที่ได้อยู่ข้างเขาแต่รอยยิ้มที่เรามีให้กันมันกลับแฝงไว้ด้วยความเศร้า เมื่อตระหนักว่าหากข้ามคืนนี้ไปแล้ว ทุกอย่างที่ผ่านมา ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นกำลังจะจบลง

ผมทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นหญ้าแล้วดึงให้เขานั่งลงข้างๆ เรามองฝูงเป็ดสีขาวลอยตัวอยู่บนผิวน้ำจากสระเบื้องหน้า มองเด็กๆวิ่งเล่นจากอีกฝั่ง มองคู่รักจูงมือเดินผ่านไป มองสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของพามาเดินเล่นแต่สิ่งที่ดึงความสนใจจริงๆของผมกลับเป็นเขาเพียงคนเดียว

พรุ่งนี้...จินก็จะไปแล้วสินะ เขาถามขึ้น น้ำเสียงยังคงร่าเริงแต่ผมจับได้จากแววตาของเขา ว่าเขาเองก็รู้สึกใจหายไม่ต่างไปจากผม

อืม...เร็วจังเลยเนอะ ผมขานรับ อีกไม่นานโทโมะก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้นายเลือกเรียนที่เดียวกับฉันจัง เขาหัวเราะ

ฉันคงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่ไม่รู้จักไม่ได้... เขาให้เหตุผล

เมืองที่ไม่รู้จัก แต่มีฉันอยู่ข้างๆนายจะปฏิเสธอีกมั้ยโทโมะ ผมถามเขาในใจ รู้ดีว่าสิ่งที่เขาเลือก ผมคงไม่มีอิทธิพลทำให้เขาเปลี่ยนความตั้งใจได้

เดินมาตั้งนาน คอเริ่มแห้งแล้ว ผมเกริ่นขึ้น ฉันจะไปซื้อน้ำ นายจะเอาอะไร? ผมหันไปถามโทโมะ

ฉันไปซื้อเองดีกว่า จินนั่งรออยู่ตรงนี้นะ เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ผมหลงใหล ผมมองเขาเดินจากไปแล้วยิ้มให้กับตัวเองบ้าง

ผมตัดสินใจแล้วว่า หากพรุ่งนี้มาถึง ผมจะไม่จากไปโดยไม่ได้บอกความในใจนี้ให้เขารู้...

17.10

คุณครับ! ผมหันไปมองทางต้นเสียง เห็นชายวัยกลางคนวิ่งหน้าตาตื่นมาทางผม

เกิดอะไรขึ้นครับ? ผมถามกลับพลางมองไปรอบๆ

เกิดอุบัติเหตุตรงโน้น...ผมคิดว่าคนที่ถูกชน...คือเพื่อนของคุณ ผมรู้สึกเหมือนมีลมพัดวูบเข้ามา สมองผมตื้อไปหมดแม้จะยังไม่รู้ว่าคนที่เค้าพูดถึงใช่โทโมะจริงรึเปล่าก็ตาม ผมวิ่งตามเค้าไปยังจุดเกิดเหตุ ค่อยๆแทรกตัวผ่านฝูงชนที่ยืนล้อมรอบด้วยใจที่กระวนกระวาย

ผมชะงักเท้าเมื่อเตะถูกขวดน้ำสองขวดในถุง สายตาผมมองไปยังร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่ไม่ห่างกันนักก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น...

โทโมะ...

23.26

ผมเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ภาวนาให้คนข้างในปลอดภัย เวลาเกือบหกชั่วโมงที่ผ่านไป ผมเฝ้าโทษตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากผมไม่พูดว่าตัวเองหิวน้ำ หากผมไม่ปล่อยให้เขาไป ทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น...

แกรก

ผมถลาเข้าไปถามอาการโทโมะจากคุณหมอ และคำตอบที่ผมได้คือ ตอนนี้เขายังหายใจอยู่ แต่ผมคิดว่าเขาคงเหลือเวลาอีกไม่นาน คุณหมอพูดแล้วยื่นกระดาษเปื้อนเลือดให้ผม เราเจอจดหมายในกระเป๋าเสื้อเขา คุณควรจะเก็บไว้นะครับ จากนั้นคุณหมอก็เดินผ่านผมไป

ผมเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงโทโมะและดึงมือเขามากุมไว้ นิ้วเรียวตอนนี้เริ่มเย็นลง ใบหน้าสวยหวานไม่มีรอยยิ้มที่ผมหลงใหลปรากฏให้เห็นอีก ผมคลี่จดหมายที่ได้มาด้วยมืออีกข้างแล้วเริ่มอ่านมันทีละบรรทัดอย่างช้าๆ ให้คนที่นอนอยู่ได้รับรู้ด้วย

ถึงจิน...

เวลาหนึ่งเดือนของเราใกล้จะจบลงแล้วสินะ ฉันมีความสุขกับทุกวันที่มีนายอยู่เคียงข้าง ไม่ว่านายจะหัวเราะ จะโกรธหรือทำท่าแปลกๆต่อหน้าฉัน จินรู้มั้ยว่าฉันดีใจแค่ไหนกับคำขอแต่ละข้อของนาย เป็นแฟนกันมั้ย เป็นที่ปรึกษาให้ได้มั้ย ยิ้มให้ฉันคนเดียวได้มั้ย แม้ว่าบางครั้งฉันจะไม่ตอบ แต่ฉันอยากให้นายรู้ว่าฉันไม่เคยคิดปฏิเสธคำขอพวกนั้นเลย...

ที่ผ่านมาฉันคอยมองนายมาตลอด ฉันพอใจที่ได้เป็นเพื่อนคนหนึ่งของนาย พอใจที่ได้เป็นที่พึ่ง ถึงตอนนี้ฉันไม่คิดโทษจินเลยนะถ้าจินจะทิ้งฉันไป เพราะฉันเองต่างหากที่ไม่มีความกล้าพอจะบอกความรู้สึกนี้ให้นายรู้

จินเคยถามฉันใช่มั้ยว่าฉันขอพรว่าอะไร ฉันขอให้จินมีความสุข ฉันขอให้จินได้ทำในสิ่งที่จินอยากทำและขอให้ตัวเองได้ให้กำลังใจจินอย่างนี้ตลอดไป แต่ตอนนี้ฉันอยากขอพรเพิ่มขึ้นอีกข้อ ฉันอยากขอให้เวลาของเราเพิ่มขึ้นอีก จะอีก 1 วัน 10 วัน หรือ 100 วันก็ได้ ขอแค่เราได้เป็นคนรักกันเหมือนเดิมก็พอ

ฉันอยากใช้เวลาทั้งหมดกับจิน อยากเป็นคนที่จินรักและอยากให้จินอยู่ข้างฉันตลอดไป

ฉันรักนาย...จิน...

โทโมะ

23.57

ผมเงยหน้าขึ้นมองโทโมะ โทโมะ...นายรู้มั้ยว่าฉันขอพรอะไรในวันเกิด ฉันขอให้คนที่นายเลือกให้อยู่เคียงข้างนายคือฉัน โทโมะ...นายทิ้งฉันไปไม่ได้นะ...เราเป็นคนรักกันได้แค่ 30 วัน ยังไม่ครบเดือนเลยด้วยซ้ำ ลืมตาขึ้นมาสิโทโมะ...จากนี้เราจะใช้เวลาอีกร้อยอีกพันนาที หรือตลอดไปเพื่ออยู่ข้างกันและกันไง...

ผมควานหากล่องของขวัญในกระเป๋าแล้วถามโทโมะต่อว่า ฉันไม่ไปอเมริกาแล้ว...ฉันขอเปิดของขวัญดูได้มั้ย? มีเพียงความเงียบและเสียงสะอื้นไห้ของผมเท่านั้นที่ตอบกลับมา ผมแกะห่อของขวัญออกด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างยากที่จะอดกลั้น

มันหลวมไปนิดนึงว่ามั้ย? ผมใส่แหวนเงินที่สลักอักษรย่อชื่อผมและเขาไว้ที่นิ้วนางข้างขวา พยายามทำเสียงร่าเริงถามความเห็นจากเขา โทโมะ...ฉันรักนาย...อย่าทิ้งฉันไปเลย...ได้โปรด...ฉันรู้แล้วว่าตัวเองทนไม่ได้ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนายนะโทโมะ...

นาฬิกาข้อมือผมดังขึ้นสองสามครั้ง ย้ำให้รู้ว่ามันถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว...หัวใจโทโมะก็หยุดเต้น...

วันนี้คือวันที่ 31 พอดี...


End

Day 5:

วันนี้เป็นวันแรกที่เรานั่งกินข้าวกล่องด้วยกันตามลำพังสองคนบนดาดฟ้าโรงเรียน ผมคอยชำเลืองมองสีหน้าของจินทุกครั้งที่เขาคีบข้าวปั้นเข้าปาก จากนั้นก็จะลอบยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นเขาเคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย

นายทำอาหารเก่งจังโทโมะ ฉันน่าจะฝากท้องกับนายทุกวันนะเนี่ย จินพูดขณะที่ข้าวยังเต็มปาก เอ่อ...แต่ถ้ามันรบกวนนายเกินไปล่ะก็ คราวหลังไม่ต้องก็ได้นะ เขาพูดเพราะเห็นผมนิ่งเงียบไป คงกลัวว่าตัวเองจะเป็นภาระให้ผม แต่เขาไม่รู้หรอกว่า ผมมีความสุขต่างหากที่ได้ตื่นแต่เช้าเพื่อทำข้าวกล่องให้เขาและเมื่อเห็นเขาชอบอาหารที่ผมทำ จึงไม่แปลกที่ผมจะดีใจ

เอาไข่หวานอีกมั้ย? ของฉันเหลือเยอะเลย ผมแกล้งเบี่ยงความสนใจของเขาโดยการคีบไข่หวานจากกล่องข้าวผมส่งให้ ตั้งใจว่าจะวางลงในกล่องข้าวของเขา แต่เขากลับก้มลงกินไข่หวานจากปลายตะเกียบของผม เหมือนเป็นเรื่องปกติ

นายกินกุ้งทอดของฉันสิ แลกกัน จินคีบกุ้งทอดมาจ่อปากผม คะยั้นคะยอให้ผมกินมันทางแววตาจนผมปฏิเสธไม่ได้ โทโมะ...เกล็ดขนมปังติดแก้มแล้ว กินยังไงเนี่ย ยังกับเด็กแน่ะ จินเอื้อมมือมาเช็ดมันออกอย่างเบามือ ผมรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนวูบพลางเบือนสายตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนความประหม่า น่ารักจังนะ... เขาพูดขึ้นมาลอยๆ

เอ๋? ผมเลิกคิ้ว สงสัยว่าเขาพูดถึงใคร

นายน่ะ...น่ารักจังนะ ผมก้มหน้างุดให้คำชมของเขา เคืองตัวเองที่หวั่นไหวกับทุกคำพูดและการกระทำของคนตรงหน้า

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home